เมื่อ “การเงิน” กลายเป็นทักษะยุคใหม่ ที่เทียบเท่าวิชา “วิทย์-คณิต”

วันนี้ฮูกมีโอกาสได้มานั่งคุยกับ โค้ชหนุ่ม จากเพจ Money Coach และ พี่โหน่ง OnDemand ถึงเรื่องของ “การเงิน” ทักษะในโลกยุคใหม่ที่มีความสำคัญไม่แพ้วิชาหลักอย่างวิชา วิทย์คณิต

เมื่อโลกปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะยังติดอยู่กับโลกอดีต โลกที่มีแต่การเรียนการสอนแค่ในห้องเรียนอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ยิ่งเรื่องการเงินที่ไม่ได้มีสอนในระบบการศึกษาของไทย คุณพ่อคุณแม่จึงเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงของโลกเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด การจับจ่ายใช้สอยเกิดขึ้นง่ายและไวมาก การเข้าถึงสินค้าของตัวแบรนด์และลูกค้าก็ง่ายเช่นเดียวกัน ยิ่งทำให้กระตุ้นความอยากได้ อยากเป็นเจ้าของสินค้าต่างๆมากยิ่งขึ้นผ่านการตลาดที่พวกเราสามารถเห็นกันได้แทบ 24 ชม. ผ่านช่องทางสื่อโซเชียลต่างๆ และความง่ายนี้เอง เลยเปิดช่องทางให้กับผู้ที่อาจไม่ประสงค์ดีมาล่อลวงเหล่าเยาวชนได้ง่ายมากขึ้น เห็นได้จาก “พนันออนไลน์” ที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดในทุกเว็บไซต์ที่เราเข้าไปแวะอ่าน ทักษะการเงินจึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้ใหญ่อีกต่อไปแล้ว แต่กลับเป็นทักษะจำเป็นที่ยิ่งรู้เร็วยิ่งดี

อ่านเพิ่มเติม : เก็บยังไงให้ได้ 10 ล้าน ภายในอายุ 30 (ตัวอย่างความสำเร็จของลูกศิษย์โค้ชหนุ่ม)

นอกจากนี้มันยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ World Economic Forum ที่ระบุให้วิชาการเงินเป็นวิชาหลัก เทียบเท่า วิทย์คณิต เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่รับมือกับการใช้ชีวิตในอนาคต สิ่งเหล่านี้จึงแก้ไขได้ ถ้าหากมีการพูดคุย หรือสอนกันเกิดขึ้นภายในครอบครัว

โค้ชหนุ่ม (Money Coach) หรือ จักรพงษ์ เมษพันธุ์ เป็นหนึ่งคนที่สนับสนุนและเห็นความสำคัญของการสอนลูกเรื่องการเงินมาโดยตลอด เพราะในเมื่อระบบการศึกษาให้ไม่ได้ และคงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็นหนี้ในอนาคตหรือถูกชักจูงด้วยสิ่งล่อตาล่อใจ เพราะฉะนั้นการปลูกฝังเรื่องการเงินจึงควรเป็นหน้าที่ของพ่อแม่

ถ้าอ่านมาถึงจุดนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายๆท่านคงคิดว่าตัวเองก็สอนลูกอยู่แล้วนะ หรืออาจจะคิดว่าตัวเองก็สอนลูกอยู่ถูกต้องแล้วหนิ ในมุมมองของโค้ชหนุ่มมองว่า

เราสอนการเงินให้ลูกกันอยู่แล้วก็จริง แต่เราไม่ได้สอนกันแบบจริงๆจังๆ ส่วนมากเราจะชอบแตะเรื่องของการหารายได้ โดยการปลูกฝังไว้ให้ลูกตั้งใจเรียน เลือกคณะดีดี เรียนจบไปแล้วจะได้มีงานที่ดีทำ หรือเรื่องการออมที่เราอาจจะแค่สนับสนุนให้ลูกๆออมเงิน แต่ไม่ได้ลงลึกว่าต้องออมเพื่ออะไร หรือจัดการแบ่งสัดส่วนยังไงบ้าง

ในความเป็นจริงแล้วเรื่องของการเงิน มีเรื่องที่ควรสอนด้วยกัน 4 เรื่อง คือการหารายได้ การใช้จ่าย การเก็บออม และการลงทุน เพราะในเมื่อโลกมันเปลี่ยนแปลงไปไวมากๆ หากรอให้เรียนจบ ทำงานแล้วค่อยให้ลูกๆเริ่มศึกษาเรื่องเหล่านี้กันเอง เห็นทีว่าจะไม่ทันการไปเสียแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องเริ่มสอนทั้ง 4 เรื่องพวกนี้อย่างน้อยที่สุดให้เขามีความรู้ไว้เพื่อเวลาจำเป็นสามารถดึงออกมาใช้ได้

แล้วในการเงิน 4 เรื่องที่กล่าวมา เรื่องไหนสำคัญที่สุด?

โค้ชหนุ่ม ได้บอกเอาไว้ว่า “ประตูที่จะพาไปสู่การงอกงาม คือ “การใช้จ่าย” เพราะคนเราเรียนจบมาหารายได้กันเป็นทุกคน แต่ถ้าใช้แล้วพังก็จบ ไม่เหลือพอให้ออมกับลงทุนด้วยซ้ำ” พี่โหน่งก็ได้กล่าวเสริมตรงนี้ด้วยว่า “คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าการหาคือประตู แต่ก็มีลูกศิษย์หลายคนที่จบหมอ แต่เป็นหนี้ก็เยอะเช่นกัน”

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องเปลี่ยนวิธีสอนเรื่องการเงิน ว่าแต่เราควรเริ่มยังไง?

โค้ชหนุ่ม ได้ทำการให้คำแนะนำไว้ ดังนี้ สำหรับเด็กประถม ควรเริ่มจากเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเขานั่นก็คือเรื่องการใช้จ่ายและการออม 

ในเรื่องของการใช้จ่าย ควรสอนให้เด็กแยกให้ออกระหว่างความจำเป็นกับความต้องการ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของความคุ้มค่า สอนให้เขารู้จักการตัดสินใจดูว่าสิ่งไหนคุ้มค่าสำหรับเขา และสิ่งไหนคุ้มค่าหรือเหมาะสมมากกว่ากัน หัวใจสำคัญก็คือ การทำให้เขารู้จักตัดสินใจเรื่องการเงินด้วยตัวเองได้ อย่างถูกต้องและถูกใจ 

อีกส่วนที่สำคัญคือเรื่องของการออม โค้ชหนุ่มได้พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จในการออมเงิน มักจะถูกปลูกฝังเรื่องการออมมาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงกระทั่งถ้าไม่ได้ออมเงินเขาจะรู้สึกผิด ซึ่งหลายบ้านอาจจะมีวิธีที่แตกต่างกันออกไป อย่างของโค้ชหนุ่ม ก็จะเป็นวิธีการแอบสะกดจิต ในการให้ลูกๆหยอดเงินลงในกระปุกก่อนนอนทุกๆวัน วันไหนไม่ได้หยอด ก็จะรู้สึกว่ายังนอนไม่ได้ 

อย่างไรก็ตามก็อย่าลืมสอนให้เขาอยู่กับเงินแล้วมีความสุข ไม่ได้สอนให้ประหยัดแบบใครเก็บเงินได้มากกว่าเป็นผู้ชนะ พอสอนเรื่องการออมเสร็จ เรื่องอื่นๆก็ค่อยตามมาในภายหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตัดสินใจทั้งหมดควรเป็นของลูก เพราะสุดท้ายแล้วยังไงเรื่องเงินเราต้องเป็นคนบริหารเอง 


เมื่อเข้าสู่วัยมัธยม ก็เริ่มสอนการทำรายรับรายจ่าย เพราะในวัยนี้เริ่มมีอิสระทางความคิดเพิ่มมากขึ้น การที่ได้ทำรายรับรายจ่ายก็เหมือนมีตัวช่วยเตือนให้เรารู้ว่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้างแล้ว และทำการจัดแจงบริหารเงินของตัวเองเพื่อให้เพียงพอ


พอขึ้นมัธยมปลาย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการสอนเรื่องการลงทุน เพื่อทำให้เขาเห็นโอกาสเพิ่มเติมรายได้ที่มีอยู่หลายทาง รวมถึงแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการก็สามารถนำมาใช้สอนในวัยนี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน 

ในวัยมัธยมปลาย คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเรื่องการวางแผนทางการเงินได้แล้ว เพราะะจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อในคณะต่างๆ และเป็นการวางแผนในอนาคตด้วย เพราะลองคิดดูดีๆ อีกไม่เกิน 4 ปี ลูกๆวัยมัธยมของคุณพ่อคุณแม่ก็จะจบออกมาเข้าสู่วัยทำงาน และเผชิญโลกภายนอก หากไม่เตรียมตัวให้พร้อม อาจจะทำให้หลงทางและสับสนชีวิตตัวเองในอนาคตได้

ถ้าวางแผนสอนลูกตามแบบฉบับของโค้ชหนุ่ม เพียงเท่านี้ลูกๆของคุณพ่อคุณแม่ก็จะมีความรู้ 4 ด้านของการเงินอย่างแน่นปึก พร้อมก่อร่างสร้างตัวอย่างแข็งแรงต่อไปแล้ว

แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่กลัวว่ามันจะสายเกินไป หรือเริ่มรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ได้เริ่มสอนลูกเรื่องการเงินตั้งแต่เด็กเลย ฮูกและโค้ชหนุ่มขอเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของพ่อแม่ยุคใหม่ในการสอนลูกๆให้เข้าใจเรื่องการเงิน คุณพ่อคุณแม่ สามารถเข้าฟัง “สอนลูกให้มีภูมิการเงิน” จากพี่หนุ่ม และ พี่โหน่ง ได้ฟรี ทาง facebook group ห้องนั่งเล่น : สอนลูกฉลาดการเงิน