4 บอร์ดเกมเสริมทักษะการเงิน ที่ใช้สอนเด็กได้!

การเงินจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปสำหรับเด็ก ๆ ถ้าเขาได้ลองเล่น!!

หนึ่งในวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุด ก็คือการได้เล่นไปด้วยเรียนไปด้วย เพราะนอกจากจะไม่น่าเบื่อแล้ว ความสนุกยังช่วยให้เกิดการเรียนรู้และจดจำได้ดีมากขึ้น ซึ่งเหมาะมากกับการนำไปใช้สอนเด็กวัยเรียน

วันนี้ฮูกเลยอยากมาแนะนำ “4 บอร์ดเกมเสริมทักษะการเงินที่เด็กสามารถเล่นได้ เหมาะมากสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากสอนลูก หรือคุณครูที่อยากปลูกฝังเรื่องเงินในโรงเรียน ถ้าอยากรู้แล้วว่าทั้ง 4 เกมมีอะไรบ้าง? ตามฮูกมาได้เลย

1. Monopoly

  • ผู้เล่น 2-6 คน
  • เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 8 ปีขึ้นไป
  • เวลาเฉลี่ยในการเล่น 1-4 ชั่วโมง

“เกมเศรษฐี” เป็นบอร์ดเกมสุดคลาสสิกที่ใครหลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ตัวเกมจะให้เรารับบทเป็น “นักลงทุนกิจการและอสังหาฯ” ทำการลงทุนซื้อที่ดิน และเก็บค่าเช่า ซึ่งเป็น Passive Income จากผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เดินผ่านเข้ามายังพื้นที่ของเรา

ความสนุกของเกมอยู่ที่แต่ละคนจะสามารถอัพเกรดที่ดินด้วยการสร้างบ้าน สร้างโรงแรม เพื่อให้เก็บค่าเช่าจากผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้มากขึ้น เพื่อให้ตอนจบเกม มีเงิน มีสินทรัพย์มากที่สุด และกลายเป็นผู้ชนะ

แต่แน่นอนว่าเส้นทางการลงทุนไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะเรามีโอกาสที่จะล้มละลายได้จากการวางแผนการเงินที่ไม่ดี ซื้อที่ดินมากไปจนหมดตัว หรือโชคร้ายเจออุปสรรคที่ไม่คาดฝันต่าง ๆ เช่น ติดคุก เสี่ยงโชคแล้วเจอการ์ดโชคร้าย หรือเดินไปตกในพื้นที่ของผู้เล่นคนอื่นที่อัพราคาจนสูงลิ่ว ทำให้ต้องเสียค่าเช่าในราคาแพงหูฉี่

ดังนั้นสิ่งที่เราจะได้เรียนรู้จากบอร์ดเกมนี้คือ เราต้องวางแผนการเงินให้ดี ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ไม่ใช่กว้านซื้อที่ดินจนเงินหมดตัว และต้องคิดให้ดีด้วยว่าจะลงทุนอะไร คุ้มมั้ย ถ้าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาเราจะมีเงินจ่ายพอหรือเปล่า นั่นเอง

คะแนนจากน้องฮูก

ระดับความยากในเกม ⭐️⭐️
ความสนุกที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️
ความรู้สึกที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️

2. Get Rich Quick

  • ผู้เล่น 3 – 5 คน
  • เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 8 ปี ขึ้นไป
  • เวลาเฉลี่ยในการเล่น 30 นาที

เป็นบอร์ดเกมที่จำลองชีวิตของคนเรา ไม่เพียงแต่มิติของการทำงาน หรือมิติของการลงทุนเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติที่ใครหลาย ๆ คนอาจหลงลืมไป นั่นคือมิติของความสุขด้วย ซึ่งเรามีหน้าที่ที่ต้องบาลานซ์ทุกมิติให้สมดุลที่สุด

ตัวเกมจะให้เราเลือกการ์ดแอคชั่นต่าง ๆ ในแต่ละตา ซึ่งอาจเป็นการ์ดที่ทำให้เรามีเงินมากขึ้น หรือน้อยลงก็เป็นได้ โดยการ์ดแอคชั่นจะมีตั้งแต่การ์ดพักผ่อน การ์ดเสี่ยงโชค การ์ดทำงาน การ์ดลงทุนในหุ้น การ์ดลงทุนในอสังหา การ์ดทำธุรกิจสตาร์ทอัพ รวมไปถึงการ์ดช้อปปิ้ง เพื่อเพิ่มความสามารถพิเศษให้กับการ์ดใบอื่น ๆ ของเรา หรือแม้กระทั่งช้อปปิ้งเพื่อซื้อความสุขเลยก็สามารถทำได้

โดยที่เป้าหมายของเกมคือ การเก็บแต้ม Fortune Points (แต้มความสุข) ให้ครบ 25 แต้ม ใครเก็บครบก่อนเป็นผู้ชนะ

ความสนุกของเกมคือ เราจะได้เห็นผู้เล่นพยายามสะสมแต้มความสุขด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป บางคนใช้การ์ดทำงานหาเงินเพื่อนำเงินมาซื้อแต้มความสุข หรือบางคนก็เลือกที่จะใช้การ์ดพักผ่อนเพื่อที่จะได้แต้มความสุขเลยทันทีก็สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์วิธีการเล่นของแต่ละคน

เพราะคนที่ชนะเกมนี้ได้ “คือคนที่มีแต้มความสุขเยอะที่สุด ไม่ใช่คนที่รวยที่สุด” ซึ่งไม่ต่างอะไรกับชีวิตจริงของคนเรานั่นเอง..ถือเป็นเกมที่แอบแฝงแง่คิดไว้ได้ดีเลยทีเดียว

คะแนนจากน้องฮูก

ระดับความยากในการเล่น ⭐️⭐️⭐️
ความสนุกที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️
ความรู้ที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️

3. Stockpile

  • ผู้เล่น 2 – 5 คน
  • เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 13 ปี ขึ้นไป
  • เวลาเฉลี่ยในการเล่น 40 นาที

บอร์ดเกมที่จำลองการซื้อขายหุ้น โดยเราจะรับบทเป็น “นักลงทุน” ที่ต้องแข่งกันลงทุนหุ้นจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 แห่ง

โดยผู้เล่นแต่ละคนจะรู้ข้อมูลภายในของหุ้น (ข้อมูลที่จะบอกว่าหุ้นนี้จะราคาขึ้นหรือลงในอนาคต) ได้เพียงบริษัทเดียวเท่านั้นในตอนเริ่มเกม และคนอื่นไม่สามารถรู้ข้อมูลนี้ได้

ระหว่างเกมเราจะต้องเลือกประมูลหุ้นกองที่คิดว่าหุ้นน่าจะเติบโตมากที่สุด และเมื่อเราทำการครอบครองหุ้นแล้ว ก็จะมีสถานการณ์ตลาด สถานการณ์บริษัท ที่จะมาทำให้มูลค่าหุ้นแต่ละบริษัทนั้นเปลี่ยนแปลงไป

ท้ายที่สุดเราต้องทำการขายหุ้นของเราทั้งหมด เพื่อตัดสินหาผู้ชนะที่สามารถทำกำไรได้สูงสุด หรือพูดง่าย ๆ คือ เป็นนักลงทุนที่เก่งที่สุดนั่นเอง

สิ่งที่ได้จากเกมนี้คือ เราจะได้ฝึกการควบคุมความโลภของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารหน้าตักและความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนรวมทั้งการจัดการทรัพยากรของตัวเอง การแกล้งคนอื่นให้หลงเชื่อข้อมูลผิด ๆ

โดยรวมสิ่งที่น่าชื่นชมของเกมนี้คือ สามารถอธิบายลักษณะกลไกการซื้อขายหุ้นในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี ซึ่งใครที่ไม่มีความรู้เรื่องหุ้นก็สามารถเล่น เรียนรู้ และสนุกไปกับเกมนี้ได้แบบไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

คะแนนจากน้องฮูก

ความยากในการเล่น ⭐️⭐️⭐️⭐️
ความสนุกที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
ความรู้ที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️

4. CashFlow

  • ผู้เล่น 2 – 6 คน
  • เหมาะสำหรับผู้เล่นอายุ 13 ปี ขึ้นไป
  • เวลาเฉลี่ยในการเล่น 1-3 ชั่วโมง

เกมกระแสเงินสดที่ออกแบบโดยคุณโรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้แต่งหนังสือซีรีส์การเงินที่โด่งดังที่สุด “พ่อรวยสอนลูก”

ผู้ชนะเกมนี้คือคนที่สามารถมี “อิสรภาพการเงิน” หรือการมีรายได้จากทรัพย์สิน > รายจ่าย ได้เป็นคนแรก

เมื่อเริ่มเกมเราจะได้สุ่มเป็นอาชีพต่าง ๆ มีตั้งแต่พนักงานทำความสะอาดไปจนถึงนักบิน โดยเรามีหน้าที่เขียนรายได้และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการของอาชีพเราลงไปในกระดาษงบการเงิน เพื่อใช้สำหรับเล่นเกม

วิธีการเล่นง่าย ๆ ไม่ต่างไปจากเกมเศรษฐี คือให้ถอยลูกเต๋าผลัดกันเดินไปเรื่อย ๆ รับเงินเดือนเมื่อผ่านช่องเงินเดือน หรือเสียเงินเมื่อตกช่องค่าใช้จ่าย

แต่ที่มากไปกว่าเกมเศรษฐีคือ จะมีช่องโอกาสเล็ก ช่องโอกาสใหญ่สำหรับให้เราได้เลือกลงทุนทั้งในอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และธุรกิจ และทำการขายออกเมื่อเห็นโอกาสการทำกำไรในช่องตลาดซื้อขาย

จุดเด่นที่สุดของเกมนี้คือ ความรู้ที่ได้รับ เพราะเกม Cashflow ทำให้เรามีสติกับการใช้เงินในโลกของความเป็นจริงมากขึ้น เริ่มตั้งแต่การบริหารจัดการเงิน การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน รวมไปถึงการลงทุนที่เป็นหัวใจสำคัญไปสู่การมีอิสรภาพการเงินได้ในที่สุด

เรียกได้ว่ากติกาที่จะชนะในเกมก็ตรงกับกติกาที่จะชนะในชีวิตจริง แถมตัวเกมก็ได้จำลองเรื่องเงินที่เราต้องเจอตลอดชีวิต มาทำให้เราเข้าใจได้ง่าย ๆ ภายใน 1-3 ชั่วโมงนี้ด้วย

ถือว่าเป็นบอร์ดเกมที่เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ และคุณครูที่อยากสอนเรื่องเงินให้น้อง ๆ ได้เข้าใจตั้งแต่เด็กเป็นอย่างยิ่ง

คะแนนจากน้องฮูก

ความยากในการเล่น ⭐️⭐️⭐️
ความสนุกที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
ความรู้ที่ได้รับ ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️

พิเศษ !!  เฉพาะเดือนนี้ ส่วนลดคอร์สออนไลน์วางแผนการเงิน “ซื้อครั้งเดียว เรียนได้ตลอดชีวิต” 
Money Wellness คอร์สออนไลน์ - Money Class
และพิเศษ !! ขอรับคำปรึกษาฟรี “โปรแกรมหลักสูตรพัฒนาทักษะการเงินสำหรับองค์กร และโรงเรียน” 
โปรแกรมหลักสูตรพัฒนาการเงินสำหรับองค์กร - Money Class
หลักสูตรสำหรับโรงเรียนเพื่อพัฒนาทักษะการเงิน - Money Class