วิธีปลดหนี้บัตรเครดิต ให้หมดไวใน 5 ขั้นตอน

จากงานวิจัยหนี้สินแต่ละประเทศแบ่งตามประเภทของหนี้สินพบว่า คนไทยเป็นหนี้บ้าน 40% หนี้รถยนต์ 25% หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมากถึง 35%

ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศที่เจริญแล้วอย่างสิงคโปร์และอังกฤษ จะพบว่ามีสัดส่วนหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงแค่ 3% และ 4% เท่านั้น สาเหตุเป็นเพราะทั้งสองประเทศเน้นสร้างหนี้ดี ก่อให้เกิดทรัพย์สินนั่นคือ หนี้บ้าน แต่ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์หรือหนี้บริโภค ทำให้มีอัตราสูงถึง 35% ของหนี้ทั้งหมด

ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ หนี้สินที่เกิดจากบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลกลายมาเป็นคดีฟ้องร้องในศาลยุติธรรมมากถึง 890,000 คดี เป็นอันดับ 1 ของคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคในปี 2563 และเป็นอันดับ 1 ในทุกๆปี สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย และการจัดการหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อที่มีอยู่อย่างไม่ถูกต้อง ทำให้หนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดก็จ่ายไม่ไหวทำให้เกิดการฟ้องร้องกันในที่สุด ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นนี้ ฮูกมีเทคนิคดีๆในการบริหารจัดการหนี้ 5 ขั้นตอนมาฝากเพื่อนๆกันครับ

1. หยุดก่อหนี้เพิ่ม

สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือระบบความคิดของเราก่อน คนเป็นหนี้คือคนที่เดือดร้อนเรื่องเงิน จะคิดแต่ว่า เงินไม่พอ..จะยืมใครดี? 

ที่ถูกแล้วต้องหยุดความคิดที่จะก่อหนี้เพิ่ม เพราะการหยิบยืมจะช่วยให้เราสบายใจได้ในระยะสั้นเท่านั้น สุดท้ายถ้าไม่วางแผนจัดการหนี้แบบจริงๆจังๆ เงินที่หยิบยืมมาก็จะเป็นหนี้ก้อนใหม่ที่เพิ่มภาระให้เรามากกว่าเดิม เปรียบเหมือนคนที่ตกหลุม ตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาไม่ได้ แต่เลือกที่จะหยิบพลั่วแล้วขุดหลุมให้ลึกลงไปกว่าเดิม เพราะฉะนั้นการแก้หนี้แบบนี้จะไม่มีทางรอดได้ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือต้องหาแนวทางลดรายจ่าย และเปลี่ยนคำถามจากที่จะยืมใครดี เป็นจะหารายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง? วิธีการนี้จะเป็นแนวทางการแก้หนี้ที่ถูกต้องและยั่งยืนในอนาคต

2. สรุปรายการหนี้สินทั้งหมด

ลูกหนี้ส่วนมากแก้หนี้ไม่ได้ เพราะปล่อยให้รายการหนี้สินต่างๆวนอยู่ในหัว ใครมาทวงหนี้ก็จ่ายเขาไป ไม่มีคืนก็ไปยืมคนอื่นได้แต่เอาแค่รอดไปวันๆ เหมือนการบีบลูกโป่ง บีบด้านนี้ก็ไปบวมอีกด้านนึง 

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือหยุดคิด และเขียนข้อมูลหนี้ทั้งหมดลงตารางเพื่อจะได้เห็นภาพรวมของปัญหาทั้งหมด จะได้รู้ว่าจะจัดการกับหนี้ตัวไหนก่อน หนี้ตัวไหนหลัง โดยสิ่งที่ต้องเขียนคือ รายการ เจ้าหนี้ หนี้คงเหลือ อัตราดอกเบี้ย ยอดชำระขั้นต่ำ อย่างเช่นตัวอย่างในตารางนี้

3. วางแผนนำเงินสดปลอดภาระมาปิดชำระหนี้

ขั้นตอนต่อมาคือดูว่ามีเงินสดที่กำลังจะเข้ามือเราในอนาคตอันใกล้หรือเปล่า (แต่ต้องไม่ใช่เงินสดที่หยิบยืมใครมานะ) เช่น เงินค่าคอมมิชชั่น  ค่าโบนัส เงินจากงานพิเศษ เงินจากการขายของที่ไม่ใช้แล้ว ฯลฯ โดยให้นำเงินก้อนนี้มาจัดสรรปิดหนี้บางรายการออก เพื่อให้มีคนติดตามทวงถามเราน้อยลง และมีกำลังใจในการปิดหนี้มากขึ้น  หลักการในการเลือกหนี้ที่จะปิดคือให้ปิดหนี้รายการที่ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน และปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงรองลงมาโดยที่ยังสามารถปิดหนี้นี้ได้ทั้งก้อนอยู่ พิจารณาจากช่องหนี้คงเหลือเป็นหลัก

จากตัวอย่าง สมมติว่าได้เงินก้อนจากการขายของที่ไม่ได้ใช้มา 20,000 บาท ให้ทำการปิดหนี้ของเจ้าหนี้ D เป็นอันดับแรกเพราะดอกเบี้ยสูงสุดที่ 120%

4. รีไฟแนนซ์รวมหนี้เป็นก้อนเดียว

เป็นการกู้ขอสินเชื่อที่ใหม่มาจ่ายหนี้ที่เก่าทั้งหมด โดยการกู้นี้ไม่ใช่กู้มาเพื่อบริโภคเหมือนที่ห้ามทำในข้อ 1 แต่กู้มาเพื่อบริหารจัดการหนี้สินได้ง่ายขึ้น ได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ผ่อนต่อเดือนน้อยลง และทำให้เรามีสภาพคล่องในการจัดการเงินต่อเดือนได้มากขึ้นอีกด้วย

โดยหลักของการรีไฟแนนซ์รวมหนี้เป็นก้อนเดียวมีอยู่ 3 ข้อ คือ

  • ดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ควรถูกลงประมาณครึ่งหนึ่งของสินเชื่อเดิม
  • สินเชื่อระยะเวลากู้ยาว เพื่อให้ผ่อนต่อเดือนต่ำลงกว่าเดิม
  • สัญญาสามารถโปะเงินผ่อนชำระหนี้ได้ 

ข้อควรระวัง !! : เมื่อเราทำการรีไฟแนนซ์ไปสินเชื่อที่ใหม่ วงเงินบัตรเครดิตที่เป็นเจ้าหนี้เดิมของเราจะกลับมาว่างอีกครั้ง ตรงนี้ต้องระมัดระวังการกลับมาสร้างหนี้ใหม่อีกครั้ง ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีทางหลุดกับดักหนี้สินครั้งนี้ไปได้เลย

5. วางแผนชำระคืนหนี้เพิ่มด้วยเงินคงเหลือ

หลักคิดของวิธีการนี้คือ การจ่ายหนี้เพิ่มจากขั้นต่ำที่สถาบันกำหนด โดยชำระไปในวันเดียวที่ถูกเรียกเก็บค่างวด เงินที่เราจ่ายเพิ่มจะถูกนำไปตัดต้นโดยตรงทำให้เงินต้นลดลงกว่าการผ่อนแบบธรรมดา เมื่อเงินต้นลดเร็ว ดอกเบี้ยในเดือนถัดไปก็จะต่ำลง เงินที่เราใส่เข้าไปในเดือนถัดไปก็จะตัดต้นมากขึ้น แบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะทำให้หนี้หมดในที่สุด วิธีนี้จะมีข้อจำกัดคือไม่สามารถใช้กับหนี้นอกระบบได้ เพราะส่วนมากหนี้นอกระบบจะไม่ให้เราโปะเพิ่มในแต่ละเดือน

วิธีการทำคือให้เขียนตารางเพิ่ม 3 ช่อง คือ ช่องเวลาใช้หนี้ ช่องลำดับปลดหนี้ และช่องแผนชำระหนี้

ขั้นตอนแรก : คำนวณช่องเวลาใช้หนี้หมด

สูตรคือ หนี้คงเหลือหารยอดชำระขั้นต่ำ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าหนี้ A หนี้คงเหลือ 50,000 บาท/ยอดชำระขั้นต่ำ 5,000 บาท = 10 เดือน เป็นเวลาใช้หนี้ทั้งหมด

ขั้นตอนต่อมา : จัดลำดับในการโปะหนี้

โดยดูจากช่องเวลาใช้หนี้หมด ให้จัดลำดับหนี้ที่เวลาใช้หนี้หมดน้อยที่สุดเป็นอันดับแรก และถัดมาตามลำดับ

  • ในกรณีที่เวลาเท่ากันให้ดูที่อัตราดอกเบี้ย หนี้ไหนอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าให้จัดอยู่ในลำดับถัดมา
  • ในกรณีที่ดอกเบี้ยเท่ากันอีก ให้ดูที่ยอดหนี้คงเหลือ หนี้ไหนยอดหนี้คงเหลือน้อยกว่าให้อยู่ในลำดับถัดมา

ขั้นตอนสุดท้าย : แผนการชำระหนี้

ให้จ่ายขั้นต่ำทุกตัว ยกเว้นหนี้ที่ถูกจัดลำดับให้เป็นลำดับแรก ให้จ่ายขั้นต่ำ + โปะเพิ่มเงินที่เหลือเพื่อไปตัดเงินต้นให้หมดเร็วขึ้น จากตัวอย่าง เจ้าหนี้B ลำดับที่หนึ่ง ยอดชำระขั้นต่ำ 3,000 ให้เรานำเงินที่เหลือในที่นี้สมมติให้เป็น 1,000 บาท โปะเพิ่มเข้าไป ส่วนหนี้ที่เหลือให้ชำระเฉพาะขั้นต่ำ

ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนหนี้ลำดับที่หนึ่งหมด และย้ายไปทำแบบนี้กับหนี้ลำดับที่สอง สาม สี่ ตามลำดับ หัวใจสำคัญคือการโปะซ้ำๆลงไปในหนี้ทีละรายการให้หมดไปตามลำดับ ไม่โปะแบบกระจายหรือสลับไปมา และไม่สร้างหนี้เพิ่มระหว่างนี้ สภาพคล่องเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ และสามารถแก้ปัญหาหนี้ได้ในที่สุด

ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นวิธีการบริหารหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ในกลุ่มคนที่ไม่มีปัญหาหนักมาก เพราะยังไม่ผิดเงื่อนไข และยังจ่ายหนี้ขั้นต่ำแต่ละตัวไหว แต่สำหรับใครที่แค่ผ่อนขั้นต่ำยังไม่ไหวเลย คุณถือว่าเป็นผู้ป่วยโคม่าแล้ว เตรียมพบกับ #ยาแรง ที่ใช้แก้หนี้สำหรับผู้ป่วยหนี้ชนิดโคม่าได้ในบทความหน้าครับ

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

“ไม่มีใครทำให้เรารวยได้ ถ้าเราไม่อยาก

และไม่มีใครทำให้เราจนได้ ถ้าเราไม่ยอม”

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากเรียนรู้วิธีบริหารจัดการหนี้ หรืออยากอัพสกิลพัฒนา “ทักษะการเงิน” ของตัวเองให้แข็งแรง เพื่ออิสระภาพทางการเงินในอนาคต ขอแนะนำคอร์ส ใช้เงินเป็นเห็นความสุข Money Wellness The Series

Money Wellness The Series

คอร์สการเงินสุดเข้มข้น ครอบคลุมทั้ง 5 เรื่องเงินที่คนวัยทำงานต้องรู้ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพการเงินที่ดีตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ สอนโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงินระดับประเทศผู้ช่วยคนไทยแก้หนี้มามากกว่า 16 ปี