วันนี้คุณพร้อมเกษียณ แล้วหรือยัง?

เกษียณอายุ เป็นอะไรที่ใครๆก็สามารถทำได้ใช่ไหมล่ะครับ? ก็แค่หยุดทำงาน แล้วใช้เงินที่หามาตลอดทั้ง 30-40 ปี ไปกับชีวิตที่เหลือ.. แต่การเกษียณแล้วได้ใช้ชีวิตแบบไหนคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง กล่าวคือมีการแบ่งชีวิตหลังการเกษียณเป็น 3 แบบด้วยกัน

1. เกษียณแบบอัตคัด ต้องคอยขอเงินจากลูกหลาน กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ  

2. เกษียณแบบพออยู่ได้ ไม่ลำบากมาก แต่ไม่เพลิดเพลินเหมือนการเกษียณในฝัน 

3. เกษียณแบบสุข มีเงินทองเหลือเฟือ ไม่มีความกังวลใดๆ

แน่นอนว่าทุกคนคงอยากมีชีวิตหลังเกษียณเป็นแบบข้อ 3 ซึ่งสิ่งที่เป็นตัวแปรที่ทำให้เกษียณแบบสุขได้ก็คือ “เงินก้อนที่ใช้หลังเกษียณ” ดังนั้นคำถามคือ 5 ล้าน 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน เพื่อนๆต้องเก็บเงินให้ได้เท่าไหร่ล่ะ..ถึงจะเกษียณสุขได้ วันนี้เราลองมาคำนวณกันครับ โดยผมขอทำไปพร้อมกับเพื่อนๆ ผ่านตัวอย่างของ“ฮูก” พนักงานประจำอายุ 35 ปีตั้งใจเกษียณอายุ 60 ปี และใช้เงินจนถึงอายุ 80 ปีครับ 

ขั้นตอนที่ 1 : ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

ขั้นตอนแรกประเมินค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ โดยการจะประเมินได้ ก็ต้องรู้ก่อนว่าเราอยากใช้ชีวิตแบบไหนตอนเกษียณ เช่น บางคนอยากใช้ชีวิตในเมือง ค่าครองชีพก็จะแพงกว่าคนที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด หรือไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนก็จะเป็นตัวบอกได้ว่าจะใช้เงินมากหรือเงินน้อย วิธีที่ง่ายที่สุด คือประมาณค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน แล้วลองนึกว่ามีค่าใช้จ่ายประเภทไหนไหมที่จะลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เช่น พอเราเกษียณแล้วอยู่บ้านมากขึ้น ค่าใช้จ่ายเรื่องเสื้อผ้า เครื่องแต่งหน้า ก็จะลดลง ค่าน้ำค่าไฟก็จะเพิ่มมากขึ้นแทน เป็นต้น

 

ขั้นตอนที่ 2 : คำนวณค่าใช้จ่ายจริง ปรับด้วยเงินเฟ้อ

เมื่อเราได้ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณแล้ว สิ่งที่หลายคนลืมคำนึงถึงคือเรื่องของ “เงินเฟ้อ” ดังนั้นเพื่อให้ตัวเลขที่ออกมาใกล้กับความจริงมากที่สุด เราต้องนำค่าใช้จ่ายมาปรับด้วยเงินเฟ้อด้วย

วิธีการปรับ คือให้ดูจากอายุปัจจุบันของเราจนถึงระยะเวลาที่จะเกษียณว่าเหลือกี่ปี ถ้าเหลือน้อยๆก็จะคูณอัตราเงินเฟ้อน้อยๆ เพราะไม่กี่ปี เงินเฟ้อจะไม่เยอะมาก โดยสูตรคือถ้าระยะเวลาปัจจุบันถึงเกษียณเป็น

  • 0-10 ปี   ให้คูณด้วย 1.2
  • 11-20 ปี ให้คูณด้วย 1.5
  • 21-30 ปี ให้คูณด้วย 1.8
  • 31-40 ปี ให้คูณด้วย 2.2

อย่างเช่นตัวอย่างของฮูกอายุ 35 ตั้งใจจะเกษียณอายุ 60 คือเหลือระยะเวลาก่อนเกษียณ 25 ปี และฮูกคำนวณค่าใช้จ่ายในขั้นตอนแรกสมมุติว่าเป็น 20,000 บาท ดังนั้นค่าใช้จ่ายจริงที่ปรับด้วยเงินเฟ้อแล้วจะเป็น 20,000*1.8 = 36,000 บาทต่อเดือน รวมทั้งหมดที่ต้องใช้คือ 20 ปีหรือ240เดือน เป็นจำนวนเงิน 36,000 * 240 = 8,640,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 3 : ประเมินแหล่งรายได้หลังเกษียณ

ทำงานมาตั้งหลายปี เราต้องมีช่องทางเก็บเงินเผื่อเกษียณอายุกันบ้างแหละ จะเป็น ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ RMF SSF ประกันบำนาญ ดอกเบี้ย ค่าเช่า เงินปันผล ฯลฯ ได้หมดเลย อย่างในกรณีนี้ฮูกเป็นพนักงานประจำคาดว่าจะมีเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ณ วันเกษียณ 2,000,000 บาท และได้ประกันสังคมเป็นแบบบำนาญเดือนละ 7,500 บาท คำนวณคร่าวๆตลอดอายุขัยจะได้เงินทั้งหมด 7,500*240 = 1,800,000 บาท

(เพิ่มเติม) วิธีคำนวณเงินประกันสังคมทำได้โดยดูจากจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ 

  • ถ้าน้อยกว่า 180 เดือนจะได้รับเป็นเงินบำเหน็จ
  • ถ้ามากกว่า 180 เดือนจะได้รับเป็นเงินบำนาญ

สูตรการคำนวณคือ 20% + ((จำนวนเดือนสมทบ-180)/12*1.5)% คูณกับเงินเดือนค่าเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

 

ขั้นตอนที่ 4 : คำนวณเงินก้อนทั้งหมดที่ต้องมี ณ วันเกษียณ

ขั้นตอนสุดท้ายคือนำเงินข้อ 2 – เงินข้อ 3 เพื่อหาส่วนที่ยังขาดอยู่ หรือเงินก้อนที่ต้องมี ณ วันเกษียณนั่นเอง ตัวอย่างของฮูกเงินที่ต้องใช้เพื่อการเกษียณคือ 8,640,000 บาท แต่ฮูกมีแหล่งรายได้ที่เตรียมไว้เพื่อเกษียณแล้ว คือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2,000,000 บาท และประกันสังคมอีก 1,800,000 บาท ทำให้ยังเหลือที่ต้องออมเงินเพิ่มอีก 4,840,000 บาท เป็นเงินก้อนที่ฮูกต้องมีเพื่อการเกษียณ

(โดยเงินก้อนนี้ตั้งอยู่ในสมมติฐานที่ว่า เราสามารถนำเงินนี้ไปลงทุนหลังเกษียณด้วยความเสี่ยงต่ำๆให้ได้ผลตอบแทนเทียบเท่ากับเงินเฟ้อ เพื่อแค่ว่าไม่ให้ความสามารถใช้เงินเราน้อยลง แต่ถ้าเพื่อนๆนำเงินก้อนนี้ไปแบ่งสัดส่วนลงทุนบริหารดีๆ เงินก้อนที่ต้องเตรียมไว้ก็อาจจะน้อยกว่านี้ได้ครับ)

เมื่อรู้จำนวนเงินก้อนที่เราต้องเตรียมไว้ตอนเกษียณแล้วก็อย่าพึ่งตกใจไปนะครับ

สิ่งที่อยากให้เพื่อนๆ ทำต่อคือวางแผนการลงทุน ลองย้อนกลับมาดูว่าเรามีการลงทุนอะไรในปัจจุบันแล้วหรือยัง เพราะถ้ายังไม่มีเลยอย่างในตัวอย่าง ฮูกก็ต้องออมเงินถึงเดือนละ 4,840,000/300 = 16,133 บาท เป้าหมายเกษียณถึงจะสำเร็จ แต่ถ้าฮูกศึกษาเรื่องการลงทุน และลงทุนให้ได้

  • ผลตอบแทน 3% จะต้องออมต่อเดือน 10,852 บาท
  • ผลตอบแทน 5% จะต้องออมต่อเดือน 8,127 บาท
  • ผลตอบแทน 8% จะต้องออมต่อเดือน 5,089 บาท

อันนี้ฮูกลองใช้เครื่องคิดเลขการเงินคำนวณให้ดู เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นถึงความต่างของการลงทุนกับการไม่ลงทุน หรือความต่างของผลตอบแทนที่ต่างกันไม่กี่ % แต่ผลลัพธ์การออมโดยรวมต่างกันหลักล้าน ซึ่งในทางปฎิบัติเราคงไม่สามารถใช้ผลตอบแทน 8% ไปได้ตลอดเพราะเมื่ออายุเราใกล้เกษียณมากขึ้น เราก็จำเป็นต้องลดความเสี่ยงในการลงทุนลงเนื่องจากใกล้ที่จะใช้เงินแล้วนั่นเอง

 

สุดท้าย..

บทความนี้ผมแสดงให้เห็นถึง 4 ขั้นตอน การคำนวณเงินก้อนที่เราต้องมี ณ วันเกษียณแบบคร่าวๆ เพื่อที่จะให้เพื่อนๆตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนเกษียณ ที่ควรเริ่มวางตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน เพราะเพื่อนๆ อาจจะไม่ได้โชคดีใช้เงินไม่มากแล้วเกษียณได้แบบฮูก และอีกหนึ่งสิ่งที่อยากบอกคือ การวางแผนการเงินเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คนเราไม่ได้มีแผนเกษียณที่ต้องใช้เงินอยู่แผนเดียว จะเห็นว่าผมยังไม่ได้พูดถึงเรื่องค่าใช้จ่ายสุขภาพหลังเกษียณ หรือเงินที่จะเหลือเป็นมรดกให้ลูกหลานเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นตอนทำงานอย่าใช้เงินโดยไม่วางแผน หรือละเลยเงินก้อนเล็กก้อนน้อยที่เราใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไป เพราะเงินเหล่านี้จะทำงานให้เราได้ดีจากผลตอบแทนทบต้นของการลงทุน และเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินว่า อนาคตเราจะได้เกษียณแบบอัตคัด” หรือ “เกษียณแบบสุข” นั่นเอง

 

ท้ายที่สุดก็อยากให้เพื่อนๆ ย้อนกลับมาถามตัวเองอยู่เสมอว่า… วันนี้เราพร้อมเกษียณแล้วหรือยัง?

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากอัพสกิลพัฒนา “ทักษะการเงิน” ของตัวเองให้แข็งแรง เพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิต และเพื่ออิสระภาพทางการเงินในอนาคต ขอแนะนำคอร์ส ใช้เงินเป็นเห็นความสุข Money Wellness The Series

Money Wellness The Series

ภายในคอร์ส สอนตั้งแต่พื้นฐานการเงิน การบริหารสภาพคล่อง การจัดการความเสี่ยง การต่อยอดลงทุน รวมถึงการวางแผนการเงิน ตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ สอนโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงินระดับประเทศผู้ช่วยคนไทยแก้หนี้มากว่า 16 ปี