กองทุนรวม ตัวช่วยการลงทุนพนักงาน

"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 1

ในปัจจุบัน..ปฎิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทุกคนไปแล้ว ด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารที่มีแต่จะต่ำลงทุกวันๆ ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อในอนาคตที่ทำให้ข้าวของแพงขึ้น การวางเงินไว้ในธนาคารนิ่งๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วสามารถเกษียณได้ คงเป็นไปได้ยากแล้วในตอนนี้

มีคนส่วนมากที่เข้าใจเรื่องนี้ดี และกระโดดเข้ามาลงทุนโดยมุ่งเป้าไปที่การลงทุนในหุ้นเพราะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงและรวดเร็ว จะเห็นได้จากการโพสต์อวด % กำไรกันอย่างมากมายในโลกโซเชียล ซึ่งหลายต่อหลายครั้งคนพวกนี้จะทำกำไรจากการขึ้นของสภาวะตลาดที่ไม่ว่าจะหลับตาจิ้มหุ้นตัวไหนก็ขึ้นหมด ไม่ใช่ความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นจริงๆ สุดท้ายเมื่อลงทุนแบบไม่มีความรู้ พอเจอวิกฤตของจริงเข้าไปก็ทำให้ขาดทุนถึงกับหมดตัวได้เลย หรือบางคนอาจมี Mindset ที่ไม่ดีกับการลงทุนพาลไม่ลงทุนอีกเลยก็เป็นได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในการลงทุนคือ ความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังลงทุนอยู่แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นหนุ่มสาวออฟฟิศ ซึ่งแน่นอนว่ามีข้อจำกัดสำคัญในเรื่องนี้คือ “ไม่มีเวลา” ศึกษาลงทุน หรือไม่สามารถติดตามตลาดเศรษฐกิจได้ตลอด ทำให้ไม่มีความรู้ และความกล้าพอที่จะลงทุนเอง 

จึงเกิดสินทรัพย์การเงินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “กองทุนรวม” มาช่วยปิดช่องโหว่เหล่านี้เพราะ กองทุนรวมเป็นสินค้าการเงินที่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลตลอด สามารถลงในสินทรัพย์ได้หลากหลายไม่จำเป็นต้องไปลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงเพียงอย่างเดียว สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยเงินจำนวนน้อย (บางกองทุน 1 บาทก็สามารถลงทุนได้แล้ว) ที่พิเศษกว่านั้นคือมีกองทุนบางกองสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย 

รู้อย่างนี้แล้วเราไปทำความรู้จักเพิ่มเติมกับกองทุนรวมกันเลยดีกว่าครับ

"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 2

กองทุนรวมคืออะไร?

กองทุนรวม คือ การที่ผู้จัดการกองทุนซึ่งเป็นนิติบุคคลระดมเงินทุนจากคนจำนวนมากเพื่อลงทุนตามนโยบายต่างๆ ของกองทุนนั้น แล้วนำผลกำไรที่ได้มาเฉลี่ยคืนให้ผู้ซื้อหน่วยลงทุน โดยมีสินทรัพย์ให้เลือกลงทุนได้หลากหลาย ตั้งแต่เสี่ยงต่ำไปจนถึงเสี่ยงสูง

ระดับความเสี่ยงของกองทุน มีอะไรบ้าง?

ความเสี่ยงระดับที่ 1 กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ

กองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น อายุไม่เกิน 1 ปี ของสถาบันต่างๆ มีความเสี่ยงต่ำมาก เพราะส่วนมากจะออกโดยองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือ เช่นธนาคาร

ความเสี่ยงระดับที่ 2 กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ

กองทุนของคนไทยที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งจะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเข้ามา แต่ส่วนมากจะมีการคำนวณเพื่อลดความเสี่ยงในส่วนนี้ไว้แล้ว

ความเสี่ยงระดับที่ 3 กองทุนรวมพันธบัตร

กองทุนที่มีนโยบายในการลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจ ส่วนมากมีอายุการถือครองนานกว่า 1 ปีจึงมีความเสี่ยงด้านอัตรเงินเฟ้อเพิ่มเข้ามา

ความเสี่ยงระดับที่ 4 กองทุนรวมตราสารหนี้

กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้เอกชน มีความเสี่ยงกับความขึ้นลงของกิจการที่กองทุนไปลงทุนอยู่

ความเสี่ยงระดับที่ 5 กองทุนรวมผสม

กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ ร่วมกับตราสารทุน (หุ้น) ความเสี่ยงจะพิจารณาจากนโยบายสัดส่วนในการลงทุน

ความเสี่ยงระดับที่ 6 กองทุนรวมตราสารทุน

กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกิจการต่างๆ เนื่องจากหุ้นมีความผันผวนค่อนข้างมากจึงทำให้การลงทุนในตราสารทุนมีความเสี่ยงมากตามไปด้วย

ความเสี่ยงระดับที่ 7 กองทุนรวมเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม

กองทุนรวมที่มีนโยบายในการลงทุนในธุรกิจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่นธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโทรคมนาคม ความเสี่ยงของกองทุนประเภทนี้คือธุรกิจในกลุ่มเดียวกันจะมีทิศทางในการเติบโตขึ้นลงคล้ายกัน หมายความว่ามีโอกาสจะกำไรทั้งหมด หรือขาดทุนทั้งหมด

ความเสี่ยงระดับที่ 8 กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก

กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ใช่สินทรัพย์พื้นฐานที่ไม่ใช่หุ้นหรือกองทุนและมีโครงสร้างการลงทุนที่ซับซ้อน  เช่นทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ ฯลฯ

"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 3

Fund Fact Sheet หลักสำคัญในการเลือกกองทุน

หนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) เป็นสิ่งสำคัญที่เพื่อนๆต้องอ่านทุกครั้งก่อนการลงทุนในกองทุน โดยมี 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุน หรือเป็นหลักสำคัญในการเลือกกองทุนดังนี้

1. นโยบาย/กลยุทธ์การลงทุน

  • ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน? อาจจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ อสังหาฯ ตราสารหนี้ และอื่นๆ ซึ่งสินทรัพย์แต่ละประเภทก็จะมีรายละเอียดแตกต่างกันไป
  • มีกลยุทธ์การลงทุนแบบไหน? หากเป็น active กองทุนจะพยายามเอาชนะดัชนีชี้วัด แต่หากเป็น passive กองทุนจะพยายามเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด
  • ระดับความเสี่ยงเป็นเท่าไร? (ตัวเลข 1-8) ยิ่งตัวเลขเยอะก็ยิ่งเสี่ยงสูง
  • มีจ่ายปันผลหรือไม่ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการปันผลรึเปล่า?

2. พอร์ตการลงทุน 5 อันดับแรก

  • สัดส่วนการลงทุนของแต่ละสินทรัพย์เป็นยังไง ตรงกับนโยบายการลงทุนไหม แล้วลงทุนในบริษัทอะไรบ้าง?
  • ถ้าเป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ ลองดูว่ากองทุนต่างประเทศที่กองทุนไทยไปลงทุน (Master Fund) ลงทุนในบริษัทอะไรบ้าง? (ถ้าใน fund fact sheet บอกนะ)

3. ผลการดำเนินงานย้อนหลัง

  • เทียบในกองทุนเองแต่ละปีว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ และเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ด้วยว่าทำได้สูงกว่าหรือต่ำกว่า? ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าลืมว่าผลการดำเนินงานนั้นสะท้อนเพียงอดีต ให้เราพอเห็นภาพ ไม่สามารถยืนยันอนาคตได้ว่าจะทำได้ดีเหมือนอดีต

4. ความเสี่ยง

  • เคยขาดทุนสูงสุดเท่าไร ตัวเลขนี้จะทำให้เราเห็นภาพว่ากรณีร้ายแรงที่สุดในอดีตเป็นยังไง ลองถามตัวเองดูว่าถ้าเจอแบบนี้แล้วรับได้ไหม?
  • ความผันผวนของผลการดำเนินงาน (Standard deviation) เป็นเท่าไร? ค่านี้ยิ่งเยอะ ยิ่งผันผวนมาก

5. ค่าธรรมเนียม/ข้อมูลการซื้อขาย

  • ค่าธรรมเนียมนั้นจะมีทั้งแบบที่ระบุว่าจะคิดไม่เกินเท่าไร และเก็บจริงตอนนี้เท่าไร
  • ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมเป็นเท่าไร? ส่วนที่ปรากฏใน Fund Fact Sheet นั้นคิดเป็น % ต่อปีของ NAV โดยจะถูกคำนวณแล้วหักออกทุกวัน ก่อนจะมาเป็น NAV ให้เราซื้อขายกัน
  • ค่าธรรมเนียมขาย/รับซื้อคืนเท่าไร? ค่าธรรมเนียมนี้คือค่าใช้จ่ายที่เราเสียตอนซื้อขายกองทุน คล้ายๆ ค่า commission น่ะเอง คิดเป็น % ของมูลค่าซื้อขาย
  • ขั้นต่ำการซื้อเป็นเท่าไร? นี่คือมูลค่าขั้นต่ำที่เราต้องซื้อ ซึ่งมีทั้งขั้นต่ำในการซื้อครั้งแรกและขั้นต่ำในการซื้อครั้งถัดไป ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละกอง
"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 4

“อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบเดียวกัน” ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการลงทุนระยะยาว

หลายคนเข้าใจผิดว่าการจะทำผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว การเลือกกองทุนที่ทำผลตอบแทนดี คือปัจจัยหลักสำคัญในการประสบความสำเร็จ แต่จากผลสำรวจของ Financial Analyst Journal พบว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผล 5% โดยปัจจัยการจับจังหวะการลงทุนส่งผล 2% และปัจจัยอื่นๆส่งผล 2% สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของการลงทุนกลับเป็นการกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ซึ่งส่งผลถึง 91% 

 

สาเหตุที่ต้องกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ต่างๆ

เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม เพราะแต่ละสินทรัพย์ก็จะมีลักษณะที่ต่างกัน ไม่มีสินทรัพย์ใดในโลกที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดตลอดเวลา โดยเพื่อนๆแต่ละคนอาจจัดสัดส่วนการลงทุนที่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ถ้าอยากรู้ว่าเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหนทดลองทำแบบทดสอบได้เลยที่ https://www.set.or.th/education/th/
online_classroom/risk.html

ตัวอย่างการจัดพอร์ตตามความเสี่ยงที่รับได้

1. แบบระมัดระวัง

  • กองทุนรวมตลาดเงิน 30%
  • กองทุนรวมตราสารหนี้ 40%
  • กองทุนรวมหุ้น 20%
  • กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก 10%

2. แบบปานกลาง

  • กองทุนรวมตลาดเงิน 20%
  • กองทุนรวมตราสารหนี้ 30%
  • กองทุนรวมหุ้น 40%
  • กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก 10%

3. แบบเชิงรุก 

  • กองทุนรวมตลาดเงิน 10%
  • กองทุนรวมตราสารหนี้ 10%
  • กองทุนรวมหุ้น 70%
  • กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก 10%

หมายเหตุ : ทั้งนี้เป็นเพียงแค่แนวทางจัดพอร์ตคร่าวๆ ตามความเสี่ยง และผลตอบแทนเท่านั้น การนำไปใช้ควรปรับให้เหมาะสมกับอายุที่สามรถรับความเสี่ยงได้(ยิ่งอายุน้อยยิ่งเสี่ยงสูงได้ เพราะยังไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินในเร็วๆนี้) และปรับให้เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละคนอีกครั้ง โดยที่ต้องไม่ลืมว่ายิ่งคาดหวังผลตอบแทนสูงก็ต้องแลกกับความเสี่ยงในการขาดทุนที่สูงตามมาด้วย

"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 5

กลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมสำหรับพนักงาน

Dollar Cost Averaging (DCA) คือ กลยุทธ์การลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอด้วยจำนวนเงินที่เท่าๆ กันในทุกงวดการลงทุน อาจจะเป็นทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุกไตรมาส โดยไม่สนใจว่าราคาของสินทรัพย์ลงทุนที่จะซื้อตอนนั้นเป็นราคาเท่าไหร่

โดยผมขอยก 3 เหตุผลว่าทำไม DCA จึงเป็นกลุยุทธ์การลงทุนที่เหมาะกับพนักงานมากที่สุด

1. กระจายความเสี่ยงการเข้าลงทุน

เป็นพนักงานบริษัทแค่ทำงานกลับบ้านก็เหนื่อยแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งตีกราฟหาจังหวะการเข้าลงทุนอีก เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นข้อดีที่สุดของกลยุทธ์ DCA คือจะช่วยทำให้เราได้ต้นทุนเฉลี่ยทั้งช่วงที่ราคาสูงและต่ำในทุกสภาวะตลาด เป็นการลดความเสี่ยงจากการลงทุนครั้งเดียวแล้วราคาของสินทรัพย์ลดลง

2. ลดผลกระทบจากอารมณ์และความรู้สึกต่อการลงทุน 

การลงทุนไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัวเลข โดยจะมีอารมณ์ (Fear & Greed) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

โดยเฉพาะช่วงวิกฤต หากมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนปรับตัวลดลงแทนที่เราจะกังวล DCA กลับเป็นตัวช่วยในการได้โอกาสสะสมต้นทุนที่ราคาต่ำ เพราะเราเข้าทยอยลุงทุนทุกเดือนอยู่แล้ว


3.สร้างวินัยในการลงทุน

เคยเป็นไหมครับตั้งใจว่าจะลงทุนสุดท้ายนำเงินไปใช้จ่ายค่านั่นค่านี่ไม่ได้ลงทุนสักที 

DCAจะสามารถช่วยเพื่อนๆได้ โดยวิธีคือให้เพื่อนๆพนักงานเข้าไปในแอพพลิเคชั่นที่ซื้อกองทุนรวมให้ทำการตั้งรายการซื้อแบบ DCA  และทำการหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารเงินเดือนเรา สมมุติถ้าเราได้รับเงินเดือนทุกปลายเดือน ให้เราตั้งหักเงินอัตโนมัติเข้าลงทุนในกองทุนทุกต้นเดือน เพียงเท่านี้ก็จะลดโอกาสการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และทำให้รับประกันได้ว่าเราจะได้ลงทุนทุกเดือนอย่างแน่นอน 

“การลงทุนไม่มีคะแนนท่ายาก เพราะฉะนั้นถ้าเล่นท่าง่ายแล้วได้ผลลัพธ์ดีอยู่แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปเล่นท่ายาก”

"กองทุนรวม" ตัวช่วยการลงทุนของพนักงาน - 6

รวมแหล่งที่เปิดบัญชีซื้อขาย กองทุนออนไลน์

เมื่อเข้าใจหลักการลงทุนในกองทุนรวมแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มต้นลงทุนกองทุนแบบจริงจังสักที คำถามคือ แล้วจะเปิดบัญชีกับที่ไหนล่ะ? ถึงตรงนี้ถ้าใครกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมอยู่ให้ลืมไปได้เลยครับ เพราะค่าธรรมเนียมของกองทุนแต่ละโบรกเกอร์จะเท่ากัน (โบรกเกอร์จะเจรจาแบ่ง % กับทางบลจ.เอง) ฉะนั้นเกณฑ์ในการเลือกโบรกเกอร์จะไม่มีค่าธรรมเนียมเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรดูหลักคือๆ

  • โบรกเกอร์นั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด
  • มีบทวิเคราะห์การลงทุน ที่มีประโยชน์กับนักลงทุนอย่างเราไหม
  • มีตัวช่วยในการลงทุนอะไรเพิ่มเติมไหม เช่น การช่วยจัดพอร์ต การปรับสัดส่วนพอร์ตอัตโนมัติ ฯลฯ

บทความนี้ผมรวบรวมที่ที่สามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้มาทั้งหมด 12 ที่ เพื่อนๆสามารถกดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ของแต่ละที่ได้เลยครับ

บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน แอสเซนด์ เวลธ์ จำกัด

https://www.truemoney.com/startinvest

บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด

https://www.finnomena.com/plan-or-open-account

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

https://www.kasikornasset.com/th/digital-service/Pages/k-my-funds.aspx

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

https://www.krungsri.com/th/personal/
digital-banking/kma/home

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

https://www.mfcfund.com/Web/
InvestingwithMFC(thth)/HowtoInvestwith
MFC(thth)/HowtoInvest(thth).aspx

บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน โรโบเวลธ์ จํากัด

https://odiniapp.com

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด

https://www.principal.th/th/
principalTH.html

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

https://www.scbam.com/medias/
campaign/landing-page/scbamfundclick.html

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำก้ด

http://www.scbs.com/th/easyinvest

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด

https://www.tiscoasset.com/upload/
myfunds_download.html

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

https://www.tmbbank.com/page/view/
not-supported-tmbtouch.html

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

https://www.uobam.co.th/th/Channel/
OpenAccountnew

กล่าวโดยสรุป

กองทุนรวมเป็นสินค้าการเงินที่เหมาะกับเพื่อนๆพนักงาน หรือคนที่ยังไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนไม่มีเวลาในการติดตามกองทุนมากนัก และถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีตัวช่วยเรื่องการลงทุนในกองทุนรวมมากมายตั้งแต่ ขั้นตอนการเปิดพอร์ต การจัดพอร์ตกองทุน การตัดเงินลงทุนอัตโนมัติ ฯลฯ แต่สุดท้ายเงินที่ลงทุนไปก็เป็นเงินของเราเอง เราตั้งใจทำงานหาเงินมาด้วยความยากลำบาก การนำเงินไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงิยโดยเชื่อใจคนอื่นแบบ 100% เลยก็คงแปลกๆใช่ไหมล่ะครับ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำคือ หาความรู้เพิ่มเติมในเรื่องต่างๆที่เรายังไม่รู้ ติดตามข่าวสารบ้าง เพื่อดูแลเงินเราให้ดีที่สุด จำไว้นะครับว่า “ไม่มีใครรักเงินเรา มากกว่าตัวเราเอง” สุดท้ายผมไม่อยากพูดเหมือนโฆษณาเลย แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่านี่คือเรื่องจริงที่จำเป็นต้องพูด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน”

ขอให้เพื่อนๆ ลงทุนอย่างมีความรู้ และสนุกไปกับการลุงทุนนะครับ

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากอัพสกิลพัฒนา “ทักษะการเงิน” ของตัวเองให้แข็งแรง เพื่อบรรลุเป้าหมายในชีวิต และเพื่ออิสระภาพทางการเงินในอนาคต ขอแนะนำคอร์ส ใช้เงินเป็นเห็นความสุข Money Wellness The Series

Money Wellness The Series

ภายในคอร์สนอกจากจะสอนเรื่องการลงทุนแล้ว ยังสอนเพื่อนๆ ตั้งแต่พื้นฐานการเงิน การบริหารสภาพคล่อง จัดการความเสี่ยง รวมถึงการวางแผนการเงิน ตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณอีกด้วย สอนโดย โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ โค้ชการเงินระดับประเทศผู้ช่วยคนไทยแก้หนี้มากว่า 16 ปี